สถิติ
เปิดเมื่อ6/03/2015
อัพเดท7/03/2015
ผู้เข้าชม39959
แสดงหน้า60596
ปฎิทิน
January 2020
Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat
   
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 




​ข้อเตือนใจ DAYTRADE กับความมหัศจรรย์ของค่า COMMISSION

6/03/2015 17:29 เมื่อ 6/03/2015 อ่าน 397 | ตอบ 0
ข้อเตือนใจ DAYTRADE กับความมหัศจรรย์ของค่า COMMISSION
จากชื่อเรื่อง ความมหัศจรรย์คอมมิชชั่น Day tradeนักสู้ผู้ยิ่งใหญ่ นั้น ผมขอเท้าความย้อนหลังไป10ปีที่แล้ว มีหนังสือเล่มหนึ่ง ชื่อเรื่อง บันได4ขั้นของมหาเศรษฐี เขาได้กล่าวไว้ว่า 4อาชีพที่จะนำท่านสู่ความร่ำรวยได้อย่างรวดเร็วนั้น คือ 
1 ค้าที่ดิน
2 ค้าหุ้น
3 เก็บค่าเช่า
4 กินค่านายหน้า
ผมคงไม่กล่าวอะไรมากมาย เพราะว่าทุกคนคงเข้าใจดีอยู่แล้วว่า ค้าที่ดินสมัยก่อนร่ำรวยแค่ไหน ก้าวกระโดดอย่างไร ค้าหุ้นก็เช่นกัน เก็บค่าเช่าหอพัก ค่าเช่าที่จอดรถ อะไรต่างๆที่เป็นค่าเช่า แต่ที่ผมสนใจที่สุดคือค่านายหน้าหนังสือเล่มนี้เขารวมไปทุกอย่างเลยนะ ที่มีค่าคอมมิชชั่น ขายรถ ขายของ ขายอะไรก็ตามแต่ แต่ผมจะโฟกัสมาที่ค่านายหน้าค้าหุ้น
พวกเราเคยบวกลบคูณหารกันบ้างไหม ว่าตั้งแต่เราลงทุนในหุ้นมา เราเสียค่าคอมให้กับโบรกเกอร์ไปเท่าไรกัน
ผมคิดง่ายๆตัวเลขกลมมาก่อนเลยนะ ค่าคอม0.25% 
หากคุณซื้อขาย1รอบ คุณเสียค่าคอม0.5%
หากคุณซื้อขาย2รอบ คุณเสียค่าคอม 1%
หากคุณซื้อขาย10รอบ คุณเสียค่าคอม5%
หากคุณซื้อขาย20รอบ คุณเสียค่าคอม10%
หากคุณซื้อขาย100รอบ คุณเสียค่าคอม50%
หากคุณซื้อขาย200รอบ คุณเสียค่าคอม100%
เป็นตัวเลขที่น่าตกใจมากเลยใช่ไหม หากเราซื้อขายครบ200รอบ เรายกเงินทั้งก้อนให้กับBroker
แต่ผมเข้าใจในธรรมชาตินะครับ ไม่โต้แย้งอะไรมาก Brokerก็มีค่าใช้จ่าย ใบอนุญาตก็ต้องซื้อมา อาชีพใครอาชีพมัน
แต่ผมพยายามจะชี้ถึงความน่ากลัวของน้ำหยดเดียว ที่ไหลรั่วออกจากตุ่ม
คราวนี้เรามาดูเงื่อนเวลาบ้าง ในบรรดารายย่อยอย่างเราๆท่านๆที่ชอบDay tradeกัน ผมลองประเมินดูว่า 
เอาportเล็กๆระดับ1แสน-1ล้าน ที่ชอบday trade โดยไม่มีการกระจายความเสี่ยงเหมือนคนที่มีportระดับ1ล้านขึ้นไปนั้น
ผมสมมุติว่า หากเขาซื้อขายweekละ1รอบ 1ปีเขาซื้อขาย 52รอบ ไม่เกิน4ปี เขาจะซื้อขายครบ200รอบ 
ผมสมมุติต่อว่า หากเขาซื้อขายweekละ2รอบ 1ปีเขาซื้อขาย 100รอบ ไม่เกิน2ปี เขาจะซื้อขายครบ200รอบ
ทั้งสองกรณี จะเห็นได้ว่า 2-4ปี เงินคุณจะหมด เพราะค่าคอมเท่านั้น นี่ยังไม่รวมกำไร หรือ ขาดทุน ที่เกิดขึ้น หากขาดทุนก็เร็วหน่อย หากกำไร ก็ยื้อ ต่อลมหายใจได้อีก
อย่างไรก็ตาม มันคือเรื่องสมมุติ เพราะว่าคงมีส่วนน้อยเท่านั้นที่ซื้อขายตลอด คงมีช่วงระยะเวลา ติดหุ้นบ้าง (ซึ่งมันก็กินทุนอยู่ดี) หรือ ช่วงระยะเวลา sideway จึงถือหุ้นสักพัก แต่….
เรื่องที่ผมหยิบยกขึ้นมา มันเป็นเรื่องใกล้ตัวมาก หากนักลงทุนที่คิดว่าการday tradeแล้วชนะ มันคือผลกำไรที่ยั่งยืน มันไม่ใช่ มันคือรวยฉาบฉวยต่างหาก และปลูกฝังการเล่นรอบ เล่นเร็ว และเล่นเอามันส์ โดยไม่รู้ตัว และคำว่าหายนะ กำลังมาเยือนในไม่ช้า
ผมเคยผ่านมาแล้วทุกรูปแบบเลยทราบดี …..
ผมได้อ่านความเห็นในกระทู้อื่นๆก่อนหน้าที่ว่า เพื่อนๆtradeกันเดือนละเท่าไร 
บางคนก็ว่า40ล้านบาท บางคนก็50ล้านบาท ผมว่าจุดนี้ยังไม่สำคัญเท่ากับ เงินลงทุนที่คุณมี หากว่าportคุณ1ล้านบาท แล้วเดือนหนึ่งคุณtrade40ล้านบาท มันกำลังบอกคุณว่า เดือนหนึ่งคุณ ซื้อและขาย40ครั้ง หรือ20รอบการซื้อขาย ค่าคอมมิชชั่นคุณโดนไปในเดือนนั้น10%ของportไปแล้ว น่ากลัวไหมหล่ะ….
หากแต่ว่าportคุณ5ล้านบาทแสดงว่าคุณซื้อและขาย8ครั้ง หรือ4รอบการซื้อขาย กรณีนี้ยังพอรับได้ ดังนั้น อยู่ที่เงินลงทุนที่คุณมี มันจะบ่งบอกถึงประสิทธิภาพในการทำมาหาเงินของคุณ…….
แล้วทีนี้ทำไมผมจึงบอกว่าDay tradeนักสู้ผู้ยิ่งใหญ่
ก็เพราะว่าพวกคุณที่ผ่านการday tradeแล้วชนะมาได้ ผมขอกราบคารวะอย่างจริงใจว่าคุณเก่ง คุณคือนักสู้ผู้ยิ่งใหญ่ตัวจริง
ดูจากตัวอย่างข้างต้นก็พอport1ล้านบาท ซื้อขาย20รอบต่อเดือน แสดงว่าคุณเล่นทุกวันวันละรอบ คุณเสียค่าคอมเดือนนั้นไปก่อน10%เงิน1ล้านบาทคุณเสียค่าคอมไป1แสน หากสิ้นเดือนคุณมีportที่1.1ล้านบาท แสดงว่าคุณสามารถทำกำไรได้เกือบ20%ของเงินลงทุน ไม่ใช่แค่10% นี่แหละทำไมผมถึงบอกว่าคุณคือนักสู้ผู้ยิ่งใหญ่…..
ผมคงไม่อยากจะยกตัวอย่างของคนที่เล่นแล้วขาดทุน แล้วยังถือตนเป็นday tradeอีก เพราะมันคงเป็นภาพที่ไม่น่าดู น่าอ่านในเดือนมหามงคลแบบนี้ เอาเป็นว่า ลองนึกภาพคนที่ โดนไม้ฟาดจนหมดสติ แล้วคนฟาดยังจับหัวไปกดน้ำซ้ำอีก สภาพใกล้เคียงกันครับ…..
เอาหล่ะแล้วทีนี้ เรามาดูภาพรวมตลาด สมมุติว่าตลาดรวมซื้อขาย20,000ล้านบาทต่อวัน วันหนึ่งๆ ต้องมีคนซื้อและคนขาย ต่างฝ่ายต่างก็เสียค่าคอม0.25% สองฝั่งรวมกันก็0.5%คิดเป็นเงินก็100ล้านบาทต่อวันที่ไหลออกจากเงินกองกลาง
ปีหนึ่งนับวันทำการได้200วันทำการ เท่ากับว่าเงินไหลออกจากเงินกองกลาง20,000ล้านบาทต่อปี กำลังบอกอะไรเราหรือเปล่า นั่นคือ หากเราซื้อขายทุกวัน เงินเราหายไปทั้งก้อนเลย นั่นก็คือ ซื้อขาย200รอบ เท่ากับค่าคอม100%ของเงินลงทุน……
ทั้งหมดที่ยกตัวอย่างมานั้น มันคือเรื่องสมมุติ ที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ หากคุณหน้ามืด ซื้อขายโดยไม่มีสติ เช่น ซื้อเช้าขายสาย ซื้อบ่ายขายเย็น……
ทีนี้เรามาดูฝั่งTFEXบ้าง ค่าคอมก็อ่วมไม่แพ้กัน ผมคงไม่เจาะลึกลงไป แต่เอาเป็นคร่าวๆว่า 
SET50 ค่าคอมคือ1000บาทต่อ1สัญญา ต่อ1รอบของการซื้อและขาย ต้องได้กำไร1จุดSet50ถึงจะcover
Gold Future ค่าคอมคือ1000บาทต่อ1สัญญา ต่อ1รอบของการซื้อและขาย ต้องได้กำไร20บาททอง ถึงจะcover
จากวันนั้นสู่วันนี้ วันที่เครื่องมือทางการเงินมีมาให้เลือกสารพัดอย่างๆ แต่ก็ยังไม่มีเครื่องมือไหนเลยที่เอื้อให้รายย่อยอย่างเราๆท่านได้เปรียบในแง่ต้นทุนการซื้อขาย ผมไม่แน่ใจว่าที่เมืองนอกค่าคอมของเขาดุแบบเราหรือเปล่า ซึ่งพวกเราก็คงได้แต่รอการนับถอยหลังการเปิดเสรีค่าคอม เมื่อนั้นความยุติธรรมก็จะมาถึง…..
เพื่อนๆลองไปนั่งทบทวนตนเองดูนะครับ ว่าตั้งแต่ซื้อขายหุ้นมา ไม่ว่าจะ10ปี 5ปี 3ปี หรือ ไม่ถึงปี เพื่อนๆเสียค่าคอมไปเท่าไรแล้ว รวมทั้งบรรดาTFEXทั้งหลาย เสียค่าคอมไปกี่หมื่น กี่แสน กี่ล้านแล้ว และลองดูportรวมว่า เพื่อนกำไรหรือขาดทุนอยู่
หากโดยรวม ยังกำไร ให้ลองเอากำไรที่ได้บวกกับค่าคอมที่เสียไป นั่นแหละ คือ ความสามารถที่แท้จริงของนักสู้ผู้ยิ่งใหญ่
หากโดยรวม ไม่กำไรไม่ขาดทุน ให้ลองเอาค่าคอมทั้งหมดที่เสียไป นั่นแหละคือความสามารถที่คุณทำไว้ แต่ต้องนำส่งค่าต๋ง
หากโดยรวม ขาดทุน ลองเอาค่าคอมมาหักดู หากค่าคอมที่เสียยังเหลืออยู่ แสดงว่าคุณทำส่งค่าต๋งไม่พอ สู้ต่อไป
หากโดยรวม ขาดทุนบักโกรก มากกว่าค่าคอมที่เสียไป แสดงว่า อายุขัยของportคุณ เตรียมตัวนับถอยหลังได้เลย
ท้ายที่สุดแล้วผมขอบอกกล่าวอะไรให้คนทั้งสองกลุ่มได้ทราบว่า
1 Broker คุณไม่ต้องมาโกรธผมที่ผมมาทุบหม้อข้าวคุณ ที่เชื้อเชิญให้นักลงทุนหน้าใหม่หน้าเก่าหันมารวยคุณภาพมากกว่ารวยฉาบฉวย คุณจงระลึกเสมอไว้เลยว่า หากรายย่อยอยู่ได้พวกคุณก็ได้อยู่ กินกันนานๆ ประคับประคองกันไป ผมก็ไม่ใช่จะต่อต้านเรื่องค่านายหน้า ผมเข้าใจว่าทุกอาชีพมีต้นทุนการทำมาหากิน แต่…. ผมเพียงแค่ยืนอยู่ฝั่งเดียวกับผู้ที่เสียค่านายหน้า ดังนั้น อะไรที่ผมเตือนได้ผมก็เตือน ผมเห็นความน่ากลัวของน้ำ1หยดที่หยดทิ้งทุกวัน ผมจึงต้องเตือนในภาวะที่เงินทองหายาก และ ด้อยค่าลงทุกวัน
2 นักลงทุน ไม่ว่าจะมีกฎระเบียบอะไรต่างๆที่เอื้อให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายหรือภาวะตลาดที่ดีเพียงใด ทุกสิ่งทุกอย่างจุดเริ่มต้นอยู่ที่ใจของคุณ หากคุณเริ่มที่จะกลัวก่อนคุณก็จะมีความระมัดระวัง แต่ถ้าคุณเริ่มต้นด้วยความกล้าความอยากลอง คุณก็จะลืมเรื่องความรอบคอบและเต็มเปี่ยมไปด้วยความประมาท
Credit by พี่ เย่หยงเทียน ณ. pantip
ความคิดเห็นของผู้เข้าชม
ชื่อผู้แสดงความคิดเห็น :
สถานะ : รหัสผ่าน :
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง :
รหัสความปลอดภัย :